ba-by

ปัญหาเด็กเอาแต่ใจเป็นพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ที่สร้างผลเสียทั้งกับคุณพ่อคุณแม่ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับลูก ซึ่งสาเหตุของการเอาแต่ใจล้วนแล้วแต่เกิดจากการเลี้ยงดูหรือเกิดสภาพแวดล้อมรอบตัวเด็ก ที่มีการปลูกฝั่งแบบผิดๆมาตลอด ทำให้เด็กมีนิสัยเอาแต่ใจโดยการเอาแต่ใจเกิดจากหลายจุดประสงค์ของเด็กไม่ว่าจะเป็นการเรียกร้องความสนใจจากพ่อแม่อยากได้ของเล่น หรืออยากกินขนม เป็นต้น ซึ่งการที่เด็กเรียกร้องเมื่อต้องการสิ่งใดสิ่งหนึ่งแสดงให้เห็นว่าก่อนหน้านี้เด็กเคยงอแง แล้วได้สิ่งที่เขาต้องการ จากนั้นเด็กก็จะเกิดการเรียนรู้ว่าเมื่อเขางอแงหรือเอาแต่ใจเขาก็จะได้ใส่สิ่งที่เขาต้องการ ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่พ่อแม่ควรที่จะเรียนรู้เพื่อรับมือกับการกระทำเหล่านี้ของเด็กไม่ควรปล่อยให้เขาเป็นแบบนี้ไปนานๆ โดยแนวทางในการปฏิบัติก็สามารถที่จะทำได้ดังนี้
 ไม่สนใจเมื่อเขากำลังโมโห หรือมีพฤติกรรมเอาแต่ใจ โดยคุณพ่อคุณแม่อาจจะทำเป็นเมินกับการกระทำของเขาหรือเขาไปอุ้มเขาด้วยท่าทีที่สงบนิ่งไม่สนใจพฤติกรรมดังกล่าว การกระทำเช่นนี้จะช่วยให้เด็กเริ่มตระหนักว่าการที่เขางอแงเป็นวิธีที่ใช้ไม่ได้ผลแล้วเด็กก็จะเงียบหรือนิ่งเอง หลังจากที่เด็กเลิกงอแงหรือเงียบนิ่งลงแล้วให้พ่อแม่เข้าไปพูดกับลูกด้วยอารมณ์ที่ดี น้ำเสียงที่อ่อนโยนบอกเขาว่าสิ่งที่ลูกทำนั้นเป็นสิ่งที่ไม่ดี และที่สำคัญอย่างยิ่งคือห้ามระงับการงอแงของลูกด้วยการสัญญาว่าถ้าลูกไม่งอแงแล้วพ่อแม่จะตามใจเพราะเมื่อใดที่เขาไม่งอแง แสดงว่าเมื่อนั้นคุณจะต้องทำตามใจเขาอย่างที่สัญญาไว้ ซึ่งจะทำให้พฤติกรรมเหล่านี้ไม่หายขาดสักที
 อย่าใช้ความรุนแรง พ่อแม่บางคนไม่สามารถที่จะทนกับอาการเอาแต่ใจของลูกได้ จึงแสดงออกด้วยอารมณ์ที่รุนแรงเพื่อให้เด็กรู้สึกกลัว ซึ่งการกระทำเหล่านี้นอกจากจะไม่ช่วยให้อาการเอาแต่ใจดีขึ้นแล้วยังสร้างปมด้อยให้กับเด็กอีกด้วย แถมยังเป็นการปลูกฝังความรุนแรงให้กับเด็กอีกต่างหาก
 การโอบกอดด้วยความรัก การกอดถือเป็นวิธีที่นุ่มนวลและเหมาะสมมาก เพราะการกอดจะช่วยให้อาการงอแงของลูกลดลงได้อย่างที่หลายคนอาจคาดไม่ถึง เด็กจะรู้สึกได้ถึงความรักความอบอุ่นจากการแสดงออกแบบนี้ เขาจะรู้สึกพอใจอย่างยิ่งและไม่ต้องการอะไรอีก
 ฝึกให้ลูกรู้จักการรอ เป็นปัญหาใหญ่ในปัจจุบันไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ ซึ่งไม่รู้จักรอคอยต้องการอะไรที่รวดเร็วตามใจตัวเองตลอด โดยวิธีทำให้เด็กรู้จักการรอคือพ่อแม่จะต้องมีหน้าที่ทำให้เขาเรียนรู้ว่าไม่ใช่ว่าทุกอย่างที่เขาอยากได้จะต้องได้อย่างรวดเร็วทันใจพูดด้วยเหตุผลว่าที่ลูกต้องใช้เวลารอเพราะอะไร ถ้าไม่รอจะส่งผลเสียอย่างไร เป็นต้น
สุดท้ายนี้ทุกอย่างอาจจะดูเหมือนการขัดใจเด็ก ฉะนั้นคุณพ่อคุณแม่เองจะต้องใจแข็งหน่อยเพื่อที่จะฝึกให้ลูกเป็นเด็กที่ไม่มีปัญหาในอนาคตที่สำคัญการฝึกเขาแต่ละอย่างเมื่อเด็กสามารถทำได้ดี คุณพ่อคุณแม่ต้องกล่าวชื่นชมเขาว่าทำดีแล้วหรืออาจจะมีรางวัลให้เขาเพื่อที่เด็กจะได้มีแรงจูงใจในการทำตัวเป็นเด็กดี และไม่เอาแต่ใจ